Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > เว็บบอร์ดรัสเซีย > โครงการหลวงฯ กับการปราบยาเสพติ...

โครงการหลวงฯ กับการปราบยาเสพติด


โครงการหลวงฯ กับการปราบยาเสพติด
 


ผมได้มีโอกาสทำแฟมทริปด้วยการพากคณะเข้าชมเยือนโครงการหลวงที่เชียงใหม่และเชียงราย และได้เรียนรู้ความการช่วยเหลือชางไทยภูเขาให้ออกจากกระบวนการยาเสพติดขององค์พระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และราชวงศ์

ในช่วงสงครามเวียดนาม และหลังสงครามเวียดนาม เฮโรอีนจากประเทศแถบนี้เป็นที่ต้องการของตลาดโลก เพราะว่าคุณภาพดี ทำให้การปลูกฝิ่น และการผลิตเฮโรอีนในประเทศไทยและเพื่อนบ้านเป็นไปเป็นล่ำเป็นสัน รัฐบาลก็ทำการปราบปราม ตำรวจเข้าไปจับ ทหารเข้าไปทลาย ป่าไม้เข้าไปตัดทำลาย ฯลฯ ข้าราชการต่างหน้าที่ก็ต่างทำกันให้เสร็จสิ้นตามภาระกิจที่มอบหมายไว้ เมื่อทำเสร็จก็เขียนรายงานเป็นผลงานของตัวเองว่าปราบเท่านั้น โค่นเท่านี้ จับได้เท่านั้นคน

แต่ไม่นานกระบวนการผลิตยาเสพติดก็กลับมาย้อนผลิตกันใหม่อีก รัฐบาลก็ปราบ ปราบเสร็จก็ออกจากป่าไป ปล่อยให้คนบนป่าอยู่กันตามเดิม ไม่นานพวกเขาก็กลับเข้าไปสู่วงจรการผลิตยาเสพติดอีก วงจรเป็นอยางนี้ตลอด ไม่มีการสิ้นสุด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบดี แต่กระบวนการทำงานของรัฐนั้น ไม่สามารถดึงคนออกจากกระบวนการยาเสพติดได้ พระเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้มีโครงการพระราชดำริที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดการปลูกสิ่งเสพติดทั้งหลาย โครงการแรกที่พระเจ้าอยู่หัวทรงทำ คือ ให้เจ้าหน้าที่โครงการหลวงเข้าไปสำรวจประชากรชาวไทยภูเขา ไปเรียนรู้ปัญหารของเขาก่อน และไม่ได้ทำเพียงเดือนสองเดือน แต่ทำการสำรวจ ศึกษาเป็นปีๆ จนได้บทสรุป ๆ ที่ว่านั้นคือ...

การดึงคนออกจากกระบวนการยาเสพติดนั้นต้องช่วยให้ตลอดรอดฝั่ง เริ่มจากการให้เจ้าหน้าที่รัฐทำการศึกษาว่าพื้นที่และสภาพอากาศของเชียงใหม่ เชียงรายนั้นควรปลูกอะไร เจ้าหน้าที่โครงการหลวงได้ทำการศึกษา ทดลองปลูก และศึกษาถึงโรคพืชต่างๆ มีการเพาะ คัด แยก พันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ แล้วทดลองปลูก ทดลองเก็บเกี่ยว และทดลองหาตลาดเพื่อการขาย พืช ผัก เหมืองหนาวต่างๆ ที่เราพบกันปัจจุบันนี้ ผ่านกระบวนการทดสอบมาอย่างหนัก ในการทดลองปลูกนั้นก็ได้ให้ชาวไทยภูเขาเข้ามาเรียนรู้วิธีการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยวจนเกิดความชำนาญแล้ว โครงการหลวงก็จะมอบพื้นที่การเกษตรนั้นให้ชาวบ้านไปดูเเลเองเกือบทั้งกระบวนการ ยกเว้นการตลาดเท่านั้นที่โครงการหลวงดูแลเอง

ชาวไทยภูเขาปลูก พืช ผัก ดอกไม้ เมืองหนาวด้วยกรรมวิธีที่โครงการหลวงฯ ออกแบบไว้ และเมื่อได้ผลผลิต โครงการฯ ก็จะซื้อผลผลิตจากชาวบ้าน แล้วนำมาทำการตลาดเอง ปัจจุบันนี้ชาวไทยผู้เขามีรายได้ปีละ 2 แสนบาท จากการปลูกพืชผัก ดอกไม้โครงการหลวง ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมาก

นอกจากนี้เราอาจจะได้ข่าวว่าพระเทพฯไปเมืองจีนบ่อยๆ เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่สิ่งที่พระเทพฯ ทรงเพียรพยายาม คือ การโน้มน้าวจีนให้ช่วยเหลือไทยในการปลูก ชาน้ำมัน (Tea Tree) ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสมัยใหม่ ชาน้ำมันเป็นพืชสวงนของจีนเมื่อ 10-15 ปี ก่อน และในที่สุดเพื่อไมตรี รัฐบาลจีนจึงยอมให้เมล็ดชาน้ำมัน และต้นกล้าชาน้ำมันมากับพระเทพฯ แถมด้วยเจ้าหน้าผู้ชำนาญการของจีน เข้ามาดูแลการปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยว ขณะนี้โครงการชาน้ำมันนี้ก็เลยอายุ 10 กว่าปี แล้ว และพร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิในการดูแลรักษาเก็บเกี่ยวชาน้ำมันให้กับชาวไทยภูเขาให้ไปดูแลกันเอง ซึ่งชาน้ำมันนี้ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะน้ำเอาน้ำมันนี้ไปเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องสำอางค์ และเป้ฯที่ต้องการของตลาดโลกเป็นอย่างมาก

ก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิในพืช ผัก ผลไม้ ดอกไม้ ของโครงการหลวงฯ ไปให้ชาวไทยผู้เขานั้น พืชผักเหล่านี้จะต้องเป็นเกรดดีที่สุด คือไม่เป็นโรคง่าย ทนต่อสภาพอากาศ ดูแลง่าย และขายง่าย พืช ผัก ชนิดใดที่ยังไม่แน่ใจว่าจะให้ชาวบ้านไปดูแล โครงการฯ ก็จะทำการศึกษาหาพันธุ์ที่ดีที่สุด เมทือ่พบแล้วก็จะโอนให้ชาวบ้านไปดูแลกัน

จะเห็นว่าโครงการหลวงฯ โครงการในพระราชดำริฯ ล้วนเป็นโครงการที่ดึงให้ชาวไทยภูเขามาผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญ และสร้างรายได้ให้กับชาวไทยภูเขาอย่างดี จนทำให้ประเทศไทยสามารถพูดได้เต็มปากว่าไทยไม่มีพื้นที่ใดมีการผลิตยาเสพติดแล้ว เพราะว่าเขามีรายได้ที่ดีจากพืชโครงการฯ แล้ว

โครงการหลวงฯ มีทั้งหมดเกือบ 3 พันโครงการทั่วประเทศ ที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านให้รู้จักทำมาหากินอย่างขยัน ถูกวิธี อยู่อย่างประหยัด และใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักใหการใช้ชีวิต

นอกจากไกด์จะได้ประโยชน์จากการนำเเขกเที่ยววัด วัง แล้ว ชาวบ้านก็ได้ประโยชน์ด้วยจากโครงการหลวง มีพระเจ้าแผ่นดินประเทศใหนบ้างที่ละความสุขส่วนพระองค์ และตรากตรำพัฒนาเพื่อให้ชีวิตชาวบ้านกินดีอยู่ดีขึ้น

จ๊อด



ผู้ตั้งกระทู้ บรรณกาญจน์ (show-dot-88-at-windowslive-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2011-12-20 16:22:02


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





(2011) ขอสงวนสิทธิ์ โดย บริษัท สยาม นที อินเตอร์ (กรุงเทพ) จำกัด SIAM NATEE INTER (BANGKOK) CO.,LTD Tel : 6627354696-7 Fax: 6627354698 Email: pep2000@ksc.th.com, siamnatee@gmail.com